GMV Max Ads ของคุณอัปเกรดแล้ว
ตั้งแต่ Q2 ปี 2026 เป็นต้นไป รายงานโฆษณาและอัลกอริทึมของคุณจะได้รับการอัปเกรด เพื่อช่วยให้คุณ:
- เข้าถึงผู้ซื้อได้มากขึ้น
- ติดตามยอดขายได้แม่นยำขึ้น
- มีประสิทธิภาพโฆษณาที่เสถียรมากขึ้น
สิ่งที่อัปเดต
- แคมเปญยังคงนับยอดสั่งซื้อจาก “การคลิก” ภายใน 7 วัน (เหมือนเดิม)
- เพิ่มการนับยอดสั่งซื้อจาก “การเห็นโฆษณา” ภายใน 1 วัน (เฉพาะ GMV Max Product Campaign)
- การแสดงโฆษณาจะสม่ำเสมอมากขึ้น เพื่อเข้าถึงผู้ซื้อได้มากขึ้น
- ROAS Protection ยังมีให้สำหรับแคมเปญที่เข้าเกณฑ์
รายงานของคุณจะสะท้อนผลลัพธ์ของโฆษณาได้ครบมากขึ้น ไม่ใช่แค่จากการคลิก แต่รวมถึงผลกระทบทั้งหมดของโฆษณา
การอัปเดตหลัก

Update
Applies to
ทำไมสิ่งนี้สำคัญ:
- เข้าถึงผู้ซื้อได้มากขึ้น
- โฆษณาของคุณจะแสดงให้ผู้ซื้อเห็นมากขึ้น
- ระบบมีข้อมูลมากขึ้น ทำให้หา Target ได้ดีขึ้น
- ติดตามยอดขายได้ดีขึ้น
- มองเห็นผลกระทบตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
- รวมยอดขายจากผู้ซื้อที่เห็นแต่ไม่ได้คลิกทันที
- ประสิทธิภาพเสถียรมากขึ้น
- โฆษณาทำงานได้ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
- ระบบปรับตัวได้เร็วขึ้นจากข้อมูลที่มากขึ้น
การนับยอดขายจากโฆษณา
จากการคลิก (เดิม)
ผู้ซื้อคลิกโฆษณาสำหรับสินค้า A แล้วทำการซื้อ:
- สินค้า A จำนวน 2 ชิ้น
- สินค้า B (จากร้านเดียวกัน) จำนวน 1 ชิ้น ภายใน 7 วัน
ผลลัพธ์: ยอดขายของสินค้า A และสินค้า B จะถูกนับรวมอยู่ภายใต้โฆษณาของสินค้า A
จากการเห็นโฆษณา (ใหม่ – สำหรับ GMV Max Product Ads)
ผู้ซื้อเห็นโฆษณาสำหรับสินค้า A แล้วทำการซื้อ:
- สินค้า A จำนวน 2 ชิ้น
- สินค้า B (จากร้านเดียวกัน) จำนวน 1 ชิ้น ภายใน 1 วัน
ผลลัพธ์:จะนับเฉพาะยอดขายของสินค้า A ภายใต้โฆษณาของสินค้า A
ยอดขายของสินค้า B จะไม่ถูกนับรวม
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวัดผลประสิทธิภาพแคมเปญได้ที่นี่ here.
เมื่อใดโฆษณาจึงจะถูกนับเป็น Impression?
1.การเห็นโฆษณาเดิมซ้ำหลายครั้งในตำแหน่งเดียวกัน
หากผู้ซื้อเห็นโฆษณาของคุณหลายครั้งในตำแหน่งเดิมภายใน 24 ชั่วโมง จะนับเป็น 1 การมองเห็น (1 view) หากโฆษณาของคุณปรากฏในตำแหน่งที่แตกต่างกัน จะนับเป็นการมองเห็นใหม่
ตัวอย่าง:
- แคมเปญ A แสดง 2 ครั้งในตำแหน่ง Search เดิมภายใน 24 ชั่วโมง จะถูกนับเป็น 1 impression
- แคมเปญ A แสดงใน 2 ตำแหน่ง Search ที่แตกต่างกันภายใน 24 ชั่วโมง จะถูกนับเป็น 2 impressions
2. การเห็นโฆษณาในหลายตำแหน่ง (Sections)
- แต่ละตำแหน่งภายในแอป (เช่น Search, “You May Also Like”) จะถูกนับแยกกัน
- ตัวอย่าง: หากผู้ซื้อเห็นโฆษณาในหน้า Search และเห็นโฆษณาเดียวกันใน “You May Also Like” จะถูกนับเป็น 2 impressions
3. การเห็นโฆษณาอีกครั้งใน Session ใหม่
- หากผู้ซื้อปิดและเปิดแอปใหม่ จะถือว่าเป็น Session ใหม่
- เมื่อผู้ซื้อคนเดิมเห็นโฆษณาอีกครั้ง จะถูกนับเป็น impression ใหม่
4.โฆษณาต้องมองเห็นได้
- โฆษณาจะถูกนับก็ต่อเมื่อมีการแสดงบนหน้าจออย่างน้อย 50%
- หากแสดงน้อยกว่า 50% จะไม่นับเป็น impression
5.การเลื่อนผ่านโฆษณา
- หากโฆษณาแสดงเต็มบนหน้าจอ จะถูกนับเป็น impression แม้ว่าผู้ซื้อจะเลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว
สรุปสำคัญ
- โฆษณาจะถูกคิดค่าใช้จ่ายตามจำนวนการมองเห็น (views) แทนการคลิก
- การนับยอดสั่งซื้อจากการคลิก (ภายใน 7 วัน) ยังคงเหมือนเดิม
- เพิ่มการนับยอดสั่งซื้อจากผู้ซื้อที่เห็นโฆษณา GMV Max Product (ภายใน 1 วัน)
- โฆษณาของคุณสามารถเข้าถึงผู้ซื้อได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น เพื่อให้ประสิทธิภาพมีความเสถียร
- ROAS Protection ยังคงใช้ได้กับแคมเปญที่เข้าเกณฑ์
คำถามที่พบบ่อย
1.การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อวิธีคิดค่าโฆษณาหรือไม่?
- ใช่ โฆษณาจะถูกคิดค่าใช้จ่ายตามจำนวนผู้ที่เห็นโฆษณา (views) แทนการคลิก
2.การนับยอดขายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
- จากการคลิก (ภายใน 7 วัน): ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และยังใช้กับทุกแคมเปญ
- จากการเห็น (ภายใน 1 วัน): จะนับรวมยอดสั่งซื้อจากผู้ที่เห็นโฆษณาและซื้อสินค้าที่โปรโมต (สำหรับ GMV Max Product Ads)
3.จำเป็นต้องดำเนินการใดเพิ่มเติมหรือไม่?
- ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม
- แคมเปญของคุณจะยังคงทำงานตามปกติ และรายงานจะอัปเดตตาม metrics ใหม่โดยอัตโนมัติ รวมถึงคุณจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อระบบเริ่มใช้งาน
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GMV Max ได้ที่บทความนี้ article.