เคล็ดลับ

คู่มือเริ่มทำ โฆษณาร้านค้าพลัส

บน Shopee ผู้ซื้อมักใช้คำค้นหาในการค้นหาร้านค้าและสินค้า หน้าผลการค้นหาจึงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับผู้ขายในการแสดงสินค้าและร้านค้าของตนเอง โฆษณาร้านค้าพลัส ช่วยให้ผู้ขายสามารถจัดการการแสดงผลโฆษณาในสถานการณ์การค้นหานี้ได้


1.โฆษณาร้านค้าพลัส คืออะไร?


โฆษณาร้านค้าพลัส คือผลิตภัณฑ์โฆษณาบนเครือข่ายการค้นหาของ Shopee เมื่อผู้ซื้อค้นหาคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือร้านค้าของคุณ โฆษณาร้านค้าพลัส จะช่วยให้โฆษณาของคุณปรากฏในตำแหน่งพรีเมียมบนหน้าผลการค้นหา เช่น ช่องแสดงร้านค้า (Shop Card) หรือช่องแสดงสินค้า (Item Slot)


เมื่อเปรียบเทียบกับ โฆษณาร้านค้ารูปแบบเดิมแล้ว โฆษณาร้านค้าพลัส ได้เพิ่มตำแหน่งการแสดงผลพรีเมียมผ่านช่องแสดงสินค้า (Item Slot) และตัวชี้วัดใหม่อย่างส่วนแบ่งการแสดงผลโฆษณา (SOV) เข้ามา


โฆษณาร้านค้าพลัส มอบความสามารถดังต่อไปนี้: 

  1. ตำแหน่งการแสดงผลพรีเมียมผ่านช่องแสดงสินค้า (Item Slot) ที่ด้านบนสุดของหน้าผลการค้นหา
  2. รองรับการจัดการการแสดงผลทั้งในระดับร้านค้าและระดับสินค้า
  3. การจัดการแคมเปญโฆษณาตามคำค้นหา
  4. การจัดการการแสดงผลสำหรับคำค้นหาเป้าหมายที่ต้องการค้นหา
  5. ตัวชี้วัดใหม่อย่างส่วนแบ่งการแสดงผลโฆษณา (SOV) เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความสามารถในการมองเห็นจากการค้นหาเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง


ช่องแสดงสินค้า (Item Slot) คืออะไร?

ช่องแสดงสินค้า คือการ์ดแสดงสินค้าที่ปรากฏบนหน้าผลการค้นหาของ Shopee โดยปกติจะแสดงข้อมูลสำคัญของสินค้า เช่น รูปภาพสินค้า ชื่อสินค้า ราคา และรายละเอียดอื่นๆ ของสินค้า การมีตำแหน่งโฆษณาแบบบนช่องแสดงสินค้าจะช่วยให้ โฆษณาร้านค้าพลัส สามารถช่วยผู้ขายจัดการการแสดงผลโฆษณาในระดับสินค้าได้โดยตรงภายในผลการค้นหา




2.ทำไมต้องใช้ โฆษณาร้านค้าพลัส


เพิ่มการแสดงผลบนหน้าผลการค้นหา 

หน้าผลการค้นหาเป็นพื้นที่ที่ผู้ซื้อเข้ามาค้นหาสินค้าด้วยตนเองอย่างจริงจัง การใช้ โฆษณาร้านค้าพลัส จะช่วยให้ผู้ขายสามารถเพิ่มโอกาสในการแสดงผลสินค้าภายใต้คำค้นหาที่เกี่ยวข้องได้ 


จัดการคำค้นหาหลัก

ผู้ขายแต่ละรายจะมีคำค้นหาสำคัญที่แตกต่างกันออกไป เช่น คำเฉพาะของแบรนด์ คำหมวดหมู่สินค้า คำเรียกชื่อสินค้า หรือคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญ โฆษณาร้านค้าพลัส จะช่วยให้ผู้ขายสามารถใช้โฆษณาตามคำค้นหาเหล่านี้ และติดตามประสิทธิภาพของการแสดงผลได้อย่างต่อเนื่อง 


เข้าใจภาพรวมการแข่งขัน 

ภายใต้คำค้นหาเดียวกัน ผู้ขายหลายรายอาจต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งการแสดงผลระดับพรีเมียม โฆษณาร้านค้าพลัส จะช่วยให้ผู้ขายเข้าใจถึงการแสดงผลโฆษณาของตนเองภายใต้คำค้นหาหลัก และสามารถปรับการตั้งค่าแคมเปญตามการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันได้ 


ใช้ตัวชี้วัดใหม่เพื่อทำความเข้าใจการมองเห็นบนหน้าผลการค้นหาของคุณ 

เมื่อเปรียบเทียบกับ โฆษณาร้านค้ารูปแบบเดิมแล้ว โฆษณาร้านค้าพลัส ได้เพิ่ม SOV เข้ามาเป็นตัวชี้วัดใหม่ ซึ่งตัวชี้วัด SOV นี้จะช่วยให้ผู้ขายสามารถเช็กส่วนแบ่งการแสดงผลโฆษณาในตำแหน่งพรีเมียมบนหน้าค้นหาได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้เข้าใจได้ว่าโฆษณาของคุณได้รับโอกาสในการแสดงผลบนหน้าค้นหามากพอแล้วหรือยัง 



3.วิธีการตั้งค่าแแคมเปญ โฆษณาร้านค้าพลัส


ก่อนที่จะเริ่มเปิดตัวแคมเปญ อันดับแรกคุณต้องกำหนดเป้าหมายหลักของแคมเปญให้ชัดเจนก่อน: 

  1. คำค้นหาไหนที่คุณต้องการจัดการ?
  2. สินค้าหรือร้านค้าใดที่คุณต้องการเพิ่มการแสดงผลบนหน้าค้นหา?
  3. คุณต้องการเพิ่มการแสดงผลบนหน้าค้นหาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในช่วงระยะเวลาแคมเปญหรือไม่?
  4. คุณจำเป็นต้องตรวจสอบส่วนแบ่งการแสดงผล (Exposure Share) สำหรับคำค้นหาของแบรนด์หรือคำค้นหาหมวดหมู่สินค้าหรือไม่?
  5. คุณชอบที่จะควบคุมจัดการด้วยตัวเอง หรือต้องการให้ระบบช่วยปรับให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ?

หลังจากกำหนดเป้าหมายของคุณชัดเจนแล้ว ให้เลือกรูปแบบแคมเปญที่ตรงกับความต้องการของคุณได้เลย


รูปแบบที่ 1: โหมดตั้งค่าด้วยตนเอง (Manual Mode) 


โหมดตั้งค่าด้วยตนเอง (Manual Mode) เหมาะสำหรับผู้ขายที่ต้องการเลือกคำค้นหาและจัดการราคาประมูล (Bid) ด้วยตัวเอง 


เลือกใช้ โหมดตั้งค่าด้วยตนเอง (Manual Mode) หากคุณ: 

  1. รู้ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการลงโฆษณาด้วยคำค้นหาคำไหน
  2. ต้องการเลือกเพิ่มคำค้นหาของแบรนด์ หมวดหมู่สินค้า หรือคำเรียกสินค้าด้วยตนเอง
  3. ต้องการตั้งราคาประมูลต่อคลิก (CPC Bid) ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคำค้นหา
  4. ต้องการควบคุมและปรับแต่งการตั้งค่าแคมเปญอย่างละเอียดด้วยตัวเอง


ขั้นตอนการตั้งค่า:


1. กรอกข้อมูลการตั้งค่าพื้นฐานให้ครบถ้วน (รวมถึง ชื่อโฆษณา, งบประมาณ และระยะเวลาโฆษณา) 



2. เพิ่มคำค้นหาที่คุณต้องการใช้ในการลงโฆษณา 



3. ตั้งราคาประมูล (Bid Price) สำหรับคำค้นหาของคุณ (แนะนำให้ตั้งราคาประมูลเท่ากับหรือสูงกว่าราคาประมูลที่ระบบแนะนำ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับคลิก) 



4. โหมดตั้งค่าด้วยตนเองร่วมกับการใช้งานการปรับราคาประมูลอัตโนมัติ (เมื่อเทียบกับโหมดตั้งค่าด้วยตนเองแบบปกติแล้วการตั้งค่าปรับราคาประมูลอัตโนมัติ จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยจะช่วยให้โฆษณาแข่งขันเพื่อชิงโอกาสในการแสดงผลบนหน้าค้นหาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงจากการพลาดโอกาสในการแสดงผลที่คุ้มค่าอันเกิดจากการปรับเปลี่ยนด้วยตัวเองที่ล่าช้า) 



5. เริ่มเปิดใช้งานแคมเปญ


เคล็ดลับ (Tips): โหมดตั้งค่าด้วยตนเอง (Manual Mode) ช่วยให้ผู้ขายสามารถควบคุมโฆษณาได้อย่างเต็มที่ แต่ก็จำเป็นต้องมีการเข้ามาตรวจสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพ (Optimize) ด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ หากตั้งราคาประมูลต่ำเกินไป งบประมาณไม่เพียงพอ หรือเลือกใช้คำค้นหาในขอบเขตที่แคบเกินไป โฆษณาของคุณอาจจะไม่ได้รับยอดการแสดงผล (Exposure) ที่มากพอ 


รูปแบบที่ 2: โหมดประมูลราคาอัตโนมัติ (Auto Bidding) 


โหมดประมูลราคาอัตโนมัติ (Auto Bidding) เหมาะสำหรับผู้ขายที่ต้องการลดความยุ่งยากในขั้นตอนการตั้งค่า หรือยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้คำค้นหาคำไหนดี 


เลือกใช้ โหมดประมูลราคาอัตโนมัติ (Auto Bidding) : 

  1. คุณยังเป็นมือใหม่สำหรับ โฆษณาร้านค้าพลัส
  2. คุณยังไม่มีรายการคำค้นหาที่ชัดเจนในตอนนี้
  3. คุณต้องการให้ระบบค้นหาทราฟฟิกที่เกี่ยวข้องให้โดยอัตโนมัติ
  4. คุณต้องการขั้นตอนการตั้งค่าที่ง่ายขึ้น


ขั้นตอนการตั้งค่า:


1.เลือกใช้ Auto Bidding (การประมูลราคาอัตโนมัติ)


2.กรอกข้อมูลการตั้งค่าพื้นฐานให้ครบถ้วน (รวมถึงชื่อโฆษณา งบประมาณ และระยะเวลา)


3.ปล่อยให้ระบบจับคู่ทราฟฟิกการค้นหาที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ



4.วิธีการอ่านค่าเมทริกส่วนแบ่งการมองเห็น (SOV) 


ส่วนแบ่งการมองเห็น (SOV) ย่อมาจาก “Search Share of Voice”(ส่วนแบ่งการมองเห็น) ซึ่งสามารถเข้าใจได้ว่าเป็นส่วนแบ่งการแสดงผลของโฆษณาของคุณในตำแหน่งการค้นหาแบบพรีเมียม 


เมื่อเปรียบเทียบกับ โฆษณาร้านค้า เวอร์ชันก่อนหน้า โฆษณาร้านค้าพลัส ได้นำเสนอ ส่วนแบ่งการมองเห็น (SOV) เป็นเมทริกใหม่ ซึ่งช่วยให้ผู้ขายเข้าใจว่าโฆษณาของตนได้รับส่วนแบ่งการแสดงผลมากน้อยเพียงใดในตำแหน่งการค้นหาแบบพรีเมียม 


คุณสามารถอ่านค่าได้ด้วยวิธีนี้: 

  1. ส่วนแบ่งการมองเห็น (SOV) ที่สูงขึ้น หมายความว่าโฆษณาของคุณมีส่วนแบ่งการแสดงผลที่สูงขึ้นในตำแหน่งการค้นหาที่เกี่ยวข้อง
  2. ส่วนแบ่งการมองเห็น (SOV) ที่ต่ำลง หมายความว่าโฆษณาที่คล้ายกันหรือของคู่แข่งอาจจะได้รับการแสดงผลที่มากกว่า
  3. ส่วนแบ่งการมองเห็น (SOV) ที่เพิ่มขึ้น หมายความว่าการปรากฏของโฆษณาของคุณบนหน้าผลลัพธ์การค้นหากำลังปรับตัวดีขึ้น
  4. ส่วนแบ่งการมองเห็น (SOV) ที่ลดลง อาจเกี่ยวข้องกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น งบประมาณไม่เพียงพอ ราคาประมูลต่ำ หรือการครอบคลุมของคำค้นหาที่จำกัด


วิธีแนะนำในการใช้ ส่วนแบ่งการมองเห็น (SOV):

อ่านค่า ส่วนแบ่งการมองเห็น (SOV) ควบคู่ไปกับเมทริกโฆษณาอื่นๆ: ส่วนแบ่งการมองเห็น (SOV) สะท้อนถึงส่วนแบ่งการแสดงผลเป็นหลัก ผู้ขายสามารถตรวจสอบจำนวนการแสดงผล (Impressions) จำนวนคลิก (Clicks) ยอดใช้จ่าย (Spend) ราคาต่อคลิก (CPC) และเมทริกอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อทำความเข้าใจประสิทธิภาพโดยรวมของโฆษณา



5.แนวทางการใช้งานที่แนะนำ 


หากคุณเป็นมือใหม่สำหรับ โฆษณาร้านค้าพลัส คุณสามารถเริ่มต้นด้วย การประมูลราคาอัตโนมัติ (Auto Bidding) เพื่อทำความเข้าใจทราฟฟิกการค้นหาและประสิทธิภาพของคำค้นหาในภาพรวม 


หากคุณมีคำค้นหาหลักที่ชัดเจนอยู่แล้ว เราแนะนำให้ใช้โหมดตั้งราคาประมูลด้วยตนเอง (Manual Mode) ร่วมกับการปรับราคาประมูลอัตโนมัติ ซึ่งโหมดนี้จะยังคงควบคุมคำค้นหาและงบประมาณได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ระบบนำโฆษณาของคุณเข้าร่วมในโอกาสการแสดงผลการค้นหาได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น

หน้านี้มีประโยชน์หรือไม่?

yes ใช่
no ไม่